เตรียมขยายผล จับ 2 ผู้ต้องหาที่ยังหนี งัดตู้เซฟมูลค่า 100 ล้านของ สนง.กฎหมาย

598

   หลังจากตำรวจสามารถจับกุม 1 ในผู้ต้องหาที่ร่วมกันขโมยตู้เซฟของสำนักงานกฎหมายในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาทได้ ล่าสุดเมื่อวานนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมขยายผลจับผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังคงหลบหนี  

นายไกรสร หรือ บอย ด้วงทอง 1 ใน 3 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันขโมยตู้เซฟของบริษัทยูพีการกฎหมายและธุรกิจ ถูกตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ ในตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี โดยผู้ต้องหารายนี้รับสารภาพว่าช่วงกลางดึกของวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา เขาเป็นคนขับรถกระบะยี่ห้อเซฟโรเลตสีดำพาพวกอีก 2 คนมาก่อเหตุ

สอดคล้องกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ ที่เผยให้เห็นว่า นายไกรสร เป็นคนขับรถ โดยกล้องวงจรปิดภายในสำนักงานกฎหมาย จับภาพพวกอีก 2 คนของนายไกรศรสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้างัดประตูทางเข้า ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้น 2 แล้วพยายามดึงสายกล้องวงจรปิด แต่ไม่สำเร็จ

จากนั้นทั้งคู่ได้งัดประตูห้องทำงานแล้วแยกย้ายกันรื้อค้นทรัพย์สิน ส่วนอีกคนเข้าไปปลดสายกล้องวงจรปิดออกอีกจุด  แล้วยกเอาตู้เซฟในห้องออกมา ก่อนจะช่วยกันขนลงบันไดเพื่อนำขึ้นรถกระบะ จากนั้นนายไกรศรได้ขับรถพาทั้งคู่หลบหนีไป

นายไกรศรรับสารภาพอีกว่า หลังจากพวกเขาขโมยตู้เซฟออกมาได้ก็รีบขับรถหลบหนีก่อนจะไปแบ่งทรัพย์สินทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นก็นำตู้เซฟเปล่าไปทิ้งลงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำน้อยใกล้กับวัดบางคล้าบุปผาราม ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตำรวจภูธรภาค 1 จึงประสานชุดประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญูในพื้นที่ดำน้ำค้นหาตู้เซฟของกลางนานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนจะพบตู้เซฟเปล่าในสภาพถูกงัดด้วยของแข็ง โดยก่อนถูกขโมยตู้เซฟมีทรัพย์สินประกอบด้วย ทองคำแท่ง 6 แท่ง สร้อยคอทองคำ 2 สลึง 19 เส้น เงินสด 2 แสนบาท และบัตรเอทีเอ็มวงเงินกว่า 6 หมื่นบาท

บัตรเอทีเอ็ม กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมภรรยาของนายไกรสร ซึ่งเธอตกเป็นหนึ่งในผู้กระทำผิด หลังพบเบาะแสการกดเงินสดของผู้เสียหายออกมาใช้  ก่อนตำรวจจะขยายผลจับกุมนายไกรสรได้เป็นผลสำเร็จ

ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเคยถูกดำเนินคดีในเรือนจำจังหวัดนนทบุรีมาตั้งแต่ปี 2554 ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระพร้อมกันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดย นายไกรศรเคยถูกดำเนินคดีค้าอาวุธสงครามเมื่อปี 2554 ส่วนพวกอีก 2 คนที่ศาลได้อนุมัติออกหมายจับแล้ว คือ นายโยธิน  หรือโย แซ่ตั้ง มีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วมากกว่า 4 พื้นที่ ส่วนนาย ชัยชนะ หรือ เบิร์ด สุภนามัย ก็เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ในหลายท้องที่

ชนะชัย  แก้วผาง

รายงาน