เร่งล่าแก๊งอุ้มนักธุรกิจสาวจีน เรียกค่าไถ่นับ 10 ล้านบาท

239

กลุ่มคนร้ายชาวจีน ตามประกบนักธุรกิจหญิงสัญชาติเดียวกัน ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนอุ้มไปเรียกค่าไถ่เป็นเงินนับ 10 ล้านบาท ล่าสุด ตำรวจออกหมายจับคนร้ายแล้ว 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชาวไทยที่คอยให้ความช่วยเหลือ

22 นาฬิกา 30 นาที วันที่ 6 พฤษภาคม กล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบริเวณพื้นที่หวงห้ามประตูทางออกเครื่องบิน จับภาพนักธุรกิจหญิงชาวจีนที่เพิ่งเดินทางมาจากประเทศฮ่องกง หยุดเดินเพื่อสวมรองเท้า ท่ามกลางผู้โดยสารจำนวนมากที่เดินผ่านไป จากภาพจะเห็นว่ามีชายชาวจีนซึ่งเดินทางมาด้วยสายการบินเที่ยวเดียวกัน คอยจับตาดูหญิงนักธุรกิจและทำทีโทรศัพท์ เพื่อรอจังหวะเดินตามผู้เสียหายเข้าไปภายในตัวอาคาร

กล้องอีกมุมจับภาพชายสวมสูท ใส่เสื้อสีแดง ห้อยป้ายคล้ายเจ้าหน้าที่เดินถือวิทยุสื่อสาร พาชายชาวจีนอีกคนเดินเข้ามาภายในพื้นที่หวงห้าม ก่อนไปดักรอนักธุรกิจหญิงชาวจีนและตามประกบ กระทั่งมาถึงสุดทางเลื่อน หนึ่งในชายชาวจีนรีบเดินตามหญิงสาวแล้วเข้าชาร์จตัวทันที

จากภาพจะเห็นหญิงนักธุรกิจถูกชายหญิงคู่หนึ่งประกบซ้ายขวา โดยผู้ชายที่ห้อยป้ายคล้ายเป็นเจ้าหน้าที่ เดินนำหน้า ส่วนด้านหลัง มีชายอีก 2 คนถือสัมภาระของหญิงสาวเดินตามมา ทั้งหมดผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง แล้วไปหยิบกระเป๋าสัมภาระ โดยที่หญิงสาวถูกคุมตัวไว้ตลอดเวลา

ระหว่างนั้นมีชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อีกคนพร้อมชายเสื้อแดง มายืนรอที่บริเวณประตูทางออก ก่อนพากันเดินออกมาสมทบกับหญิงสาวที่สะพายเป๋าเป้ไว้ด้านหน้า แล้วขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ด้านหน้าอาคาร

ผู้เสียหาย เล่าว่าหลังเดินทางมาถึงประเทศไทย คนร้ายชาวจีน 3 คน อ้างเป็นตำรวจเข้าประกบตัว โดยบอกว่าเธอมีหมายจับคดีลักทรัพย์อยู่ที่ประเทศจีน จึงไม่ได้ขัดขืนเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ และยอมขึ้นรถตู้ไปกับกลุ่มคนร้าย ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกายด้วยการตบตี และข่มขู่เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 1 ล้าน 9 แสนหยวน หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท

จากการสืบสวน ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้สั่งการเป็นชายชาวจีนซึ่งมีปัญหาขัดแย้งเรื่องธุรกิจกับผู้เสียหาย เขาให้ลูกน้อง 3 คนนั่งเครื่องบินเที่ยวเดียวกับหญิงสาว แล้วเข้าประกบตัวเหยื่อ พาขึ้นรถตู้ โดยมีหญิงชาวไทยคนหนึ่งคอยให้ความช่วยเหลือ จากนั้นนำตัวเหยื่อกักขัง แล้วถ่ายรูปส่งไปให้ครอบครัวเพื่อเรียกค่าไถ่ แต่เมื่อได้เงินกลับไม่ยอมปล่อยตัวหญิงสาว และพยายามเรียกเงินค่าไถ่เพิ่มอีก 1 ล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านบาท ฝ่ายสามีจึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ

จากการตรวจสอบ ชาย 2 คนซึ่งห้อยป้ายคล้ายเจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนร้าย พบว่าเป็น ดาบตำรวจ ฝ่ายสืบสวนปราบปราม สังกัด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ทั้งสองนายถูกสั่งย้ายไปแล้ว โดยหนึ่งในนั้น คือ ดาบตำรวจ นิพนธ์ พุทธรักษา ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์ ส่วนอีกนายอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

ตำรวจออกหมายจับคนร้ายแล้ว 5 คนในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์ โดยเป็นชาวจีน 4 คน คือ นายซุน เหวินฉี ซึ่งเป็นผู้สั่งการ นายซุน ดองเหลียง นางสาวไค เมยเลิง และนายซอง หมิง ทั้งหมดหลบหนีกลับประเทศไปแล้ว ส่วนหญิงชาวไทยอีก 1 คน คือ นางสาววรรษิการ เติมธนาภัทร อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวน ดำเนินคดี

สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

รายงาน