คุมตัวทำแผนฯแก๊งขโมยเหล็ก ฆ่าเปลือยคนเฝ้าโกดัง อ้างหาเงินซื้อยาบ้า

141

ตำรวจชลบุรี คุมตัวผู้ต้องโหดฆ่าเปลือยคนเฝ้าโกดังเหล็กวัย 56 ปี มัดมือ มัดเท้า ทิ้งศพในป่าไปทำแผน ประกอบคำรับสารภาพ  อ้างต้องการขโมยเหล็กในโกดังไปขายแต่ถูกคนเฝ้าโกดังยิงปืนขู่ จึงบันดาลโทสะ ดักรุมทำร้ายจนเสียชีวิต

ชายฉกรรจ์ 5 คน ถูกตำรวจคุมตัวไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรชลบุรี หลังร่วมกันบุกเข้าไปทำร้ายนายจิตรพัฒน์ สัตยาพรรณ วัย 56 ปี คนงานรับจ้างเฝ้าโกดังเก็บเหล็ก ในตำบลคลองกิ่ว อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรีจนเสียชีวิต

ย้อนกลับไปวันเกิดเหตุ ที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจพบศพนายจิตรพัฒน์นอนคว่ำหน้าอยู่ในป่า สภาพศพถูกผ้ารัดปาก มัดมือไพล่หลังและถูกถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือกางเกงในตัวเดียว ที่เกิดเหตุพบกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 นัด แต่โทรศัพท์มือถือและปืนลูกซองของเขาหายไป

สอบถามพยานบอกว่านายจิตรพัฒน์รับจ้างเฝ้าโกดังแห่งนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว และจะชอบเดินตรวจตรารอบๆบริเวณโกดังในช่วงเช้ามืด  เนื่องจากที่โกดังแห่งนี้มักมีคนร้ายเข้ามาขโมยเหล็กอยู่บ่อยๆ

ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับนายจิตรพัฒน์ เป็นอย่างดีจึงเร่งลงพื้นที่สืบสวน กระทั่งสามารถรวบตัวคนร้ายทั้ง 5 คนเอาไว้ได้คือนายการุณย์ อุรักษ์ นายนราศักดิ์ ป้องบุญจันทร์  นายอาคม สาลีผล  นายอดิเรก อุรักษ์ และนายชูชีพ เนื่องจำนงค์ โดยตำรวจได้นำตัวนายอดิเรกและนายชูชีพส่งศาลจังหวัดชลบุรี ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พวกเขาอ้างว่าวันเกิดเหตุเตรียมเข้าไปขโมยเหล็กเก่าในโกดังไปขาย แต่ขณะที่นายจิตรพัฒน์กำลังเดินลาดตระเวน ได้ยินเสียงสุนัขเห่า จึงวิ่งไล่พวกเขาพร้อมยิงปืนข่มขู่ทำให้พวกเขาไม่พอใจ  จึงซุ่มดักรอทำร้ายด้วยการใช้ท่อนไม้ตีจนนายจิตรพัฒน์บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะปลดทรัพย์สิน จากนั้นก็ช่วยกันถอดเสื้อผ้าเขาออกเพื่อให้อับอาย โดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะเสียชีวิต

ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิตบอกว่าที่ผ่านมาพ่อมักจะรับคนงานที่ส่วนใหญ่เป็นคนติดยาไม่มีงานทำ แต่เมื่อพบว่าคนงานลักลอบเสพยาก็จะลงโทษอย่างหนัก จึงอาจทำให้มีคนไม่พอใจ

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตจากนายทะเบียน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรก่อนคุมตัวทั้งหมดส่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                                                                                                    กรองทอง  จันทะบุรม

                                                                                                           รายงาน