เจาะเกาะติด-ผู้ต้องหาข่มขืนยายวัย 73 ปีอ้างแค่บีบนวด พบประวัติก่อเหตุโชกโชน-เข้าคุกมาแล้ว 8 ครั้ง

139

ความคืบหน้าคดีข่มขืนยายวัย 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนแห่งหนึ่งย่านคลองเตย ล่าสุดนายสมบัติ ต้นวงษ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับตัวได้หลังหลบหนีไปขอบวชที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ยังคงปฏิเสธ อ้างแค่เข้าไปบีบนวดเท่านั้น ขณะที่การตรวจสอบประวัติพบถูกจำคุกมาแล้วถึง 8 ครั้ง ทั้งคดีลักทรัพย์ยาเสพติดและข่มขืนกระทำชำเรา

19 พฤศจิกายน ครอบครัวของยาย 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง อาศัยอยู่ที่ชุมชนย่านคลองเตย นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ชายที่เป็นเพื่อนบ้าน ก่อเหตุข่มขืนและทำร้ายร่างกายยายวัย 73 ปี ขณะเข้ามามั่วสุมเสพยาบ้ากับลูกเขยของยาย เมื่อกลางดึกวันที่ 16 พฤศจิกายน ผู้เสียหายเล่าว่านายสมบัติใช้มือบีบคอเธอ แล้วใช้ผ้ายัดปากไม่ให้ร้องทุบตีก่อนจะลงมือข่มขืนอย่างวิตถารแล้วข่มขู่ โดยหลังก่อเหตุเขายังเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำในบ้านของผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเช่าที่นายสมบัติอาศัย ยังพบเสื้อผ้า อุปกรณ์เสพยาเสพติด และหนังสือโป๊ถูกทิ้งไว้ ช่วงค่ำวานนี้พบเบาะแสว่าเขาหลบหนีไปขออาศัยบ้านเพื่อนที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีและไปขอบวชที่วัดแห่งหนึ่ง เจ้าอาวาสและเพื่อนของเขาจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจแต่นายสมบัติไหวตัวหลบหนีทัน

กระทั่งเช้าวันนี้เขาแอบกลับเข้ามาที่วัดอีกครั้งตำรวจจึงรวบตัวได้ สอบปากคำเบื้องต้นเขายังคงปฏิเสธอ้างว่าวันเกิดเหตุเข้าไปบีบนวดให้กับยายเท่านั้น โดยไม่ได้ข่มขืน

ผู้เสียหายและชาวบ้านในชุมชนให้ข้อมูลตรงกันว่านายสมบัติเพิ่งจะออกจากคุกราว 2 เดือน และยังเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับเหยื่ออีก 5-6 ราย ทั้งเด็ก คนแก่ และคนพิการ สอดคล้องกับประวัติของผู้ต้องหารายนี้ ที่เราได้ข้อมูลจากชุดสืบสวน สน.ท่าเรือ ว่านายสมบัติเป็นหนึ่งในบุคคลเฝ้าระวังก่อเหตุอาชญากรรม

เฉพาะที่มีผู้เสียหายแจ้งความ เขาถูกจำคุกมาแล้วถึง 8 ครั้ง ครั้งนี้ก่อเหตุเป็นครั้งที่ 9 ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2537  ก่อคดีข่มขืนกระทำชำเรา ปี 2544 ก่อคดีลักทรัพย์และบุกรุก ส่วนคดียาเสพติดถูกจับมาตั้งแต่ ปี 2542 , 2546 , 2558 , 2559 , และ ปี 2560 อีก 2 ครั้ง ทั้งการครอบครองเสพและจำหน่ายยาเสพติด

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอม โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน ใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอม” ส่วนผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย และผลทางนิติวิทยาศาสตร์คาดว่าจะรู้ผลไม่เกิน 2 สัปดาห์

                                                                                                   ธัญญารัตน์ ถาม่อย

                                                                                                         รายงาน