เจาะเกาะติด-เหยื่อเสริมหน้าอกแผลติดเชื้อ-หน้าอกผิดรูป เดินหน้าเอาผิดแพทย์

146

ความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนเอาผิดคลินิกศัลยกรรม หลังเสริมหน้าอกในราคาโปรโมชั่นแล้วเกิดติดเชื้อจนหน้าอกเน่าเกือบเสียชีวิต วันนี้สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานีลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกที่ถูกร้องเรียนพบเพิ่งขายกิจการ โดยผู้ดูแลอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ด้านเหยื่อสาวเปิดใจเดินหน้าเอาผิดทั้งแพทย์และเอเจนซี่ เชื่อคลินิกแห่งใหม่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

คลิปวิดีโอและภาพหน้าอกหญิงสาวที่ผ่านการศัลยกรรมเสริมหน้าอกจากคลินิกแห่งหนึ่งย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี แต่กลับอยู่ในสภาพหน้าอกผิดรูป บวมช้ำ และมีน้ำสีเหลืองไหลจากบริเวณใต้ทรวงอกตลอดเวลา เป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่หญิงสาววัย 34 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ที่นำหลักฐานร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามให้เอาผิดคลินิกและแพทย์นายหนึ่งเปิดเผยกับเรา โดยระบุว่าหลังตกเป็นข่าวยังมีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวอีกเกือบ 20 รายติดต่อเข้ามาว่าต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน หลังตัดสินใจเสริมหน้าอกในราคาโปรโมชั่น 3-4 หมื่นบาท ผ่านเอเจนซี่รายเดียวกับเธอในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยเธอตั้งข้อสังเกตว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนผ่าตัด

หลังการแก้ไขครั้งที่ 2 กับคลินิก หญิงสาวตัดสินใจไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอง เนื่องจากหน้าอกของเธอยังคงอักเสบ บวมผิดรูปและมีน้ำสีเหลืองไหลออกมา จนแพทย์พบว่ามีอาการติดเชื้อต้องให้เลือด 5 ถุง และนอนรักษาตัวอยู่นาน 9 วัน เธอติดต่อกลับไปแจ้งทั้งกับคลินิกเอเจนซี่และนายแพทย์ที่ผ่าตัดแต่พวกเขากลับบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ

ไม่ต่างจากหญิงสาววัย 27 ปี เหยื่ออีกคนที่เล่าว่าเธอตัดสินใจเสริมหน้าอกในราคา 3 หมื่นบาท ผ่านเอเจนซี่และคลินิกเดียวกัน โดยก่อนที่จะโอนเงินในเงื่อนไขโฆษณาระบุชื่อแพทย์อีกคน แต่เมื่อถึงวันผ่าตัดกลับมีการเปลี่ยนตัวแพทย์และผลของการศัลยกรรมครั้งนี้ ก็ทำให้เธออยู่ในสภาพหน้าอกผิดรูป บวมช้ำและยังมีอาการเจ็บตลอดเวลา

ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ตำรวจ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และตัวแทนผู้เสียหาย 2 ราย เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบคลินิกที่ถูกร้องเรียน หน้าซอยเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี แต่ไม่พบทั้งแพทย์ที่ถูกกล่าวหาและเวชระเบียนประวัติคนไข้ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม

โดยผู้ดูแลให้ข้อมูลและแสดงเอกสารว่าคลินิกแห่งนี้ เพิ่งจะมีการเปลี่ยนเจ้าของ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้แพทย์ที่ขึ้นทะเบียนดำเนินการสถานพยาบาลยังเป็นคนเดิม เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบได้เพียงบางส่วน พบความผิดเบื้องต้นคือ เปิดให้บริการโดยไม่มีแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนอยู่ประจำคลินิกและผู้ที่ให้บริการอยู่ไม่ใช่แพทย์

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับคลินิกแห่งนี้และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคลินิกแห่งเดิมซึ่งใช้ชื่อใกล้เคียงกัน ส่วนนายแพทย์ที่ถูกกล่าวหาตำรวจอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำ ด้านกลุ่มผู้เสียหายเชื่อว่าคลินิกที่เพิ่งเปิดใหม่เกี่ยวข้องกับคลินิกเดิม เนื่องจากมีการใช้รูปรีวิวเดิมเช่นเดียวกับพนักงานที่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนเดิม

                                                                                                   ธัญญารัตน์ ถาม่อย

                                                                                                          รายงาน