รวบทันควัน คนร้ายปลอมเป็นชาวต่างชาติวิ่งราวทอง อ้างหาเงินใช้หนี้

155

ชายวัย 30 ปี ปลอมเป็นชาวต่างชาติ ติด หนวด เคราและจมูกปลอมทำทีเป็นลูกค้าเลือกซื้อทองที่ร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ก่อนฉกสร้อยคอทองคำ ถึง 6 เส้น หลบหนีแต่ไม่รอดถูกพลเมืองดีจับกุมตัวส่งตำรวจได้ทันควัน   

กล้องวงจรปิดของร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง บันทึกพฤติกรรมของชายรายหนึ่งรูปร่างสันทัด ไว้หนวด เครา สวมเสื้อเชิ้ตลาย สก๊อต กำลังยืนดูสร้อยคอทองคำอยู่ที่หน้าร้านกับพนักงานหญิงสองคน โดยพนักงานได้หยิบทองออกมาวางใส่ถาดให้เขาเลือกจำนวนมาก ชายคนนี้ยืนนิ่งมองสร้อยทองอยู่สักพัก ก่อนจะกวาดเอาสร้อยทองทั้งหมดที่วางอยู่ วิ่งหลบหนีออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 10 โมงเช้าที่ผ่านมา สอบถามพนักงานบอกว่าก่อนเกิดเหตุช่วง 2 ทุ่มเมื่อวานนี้ คนร้ายได้เข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท 4 เส้น และหนัก 2 บาทอีก 2 เส้น ก่อนสั่งจองไว้อ้างว่าจะนำเงินมาให้ในวันนี้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดพนักงานก็นำสร้อยทองที่เขาจองไว้ออกมาให้ดู ก่อนจะถูกคนร้ายวิ่งราวไปทั้งหมด

หลังเกิดเหตุเพียง 2 ชั่วโมง ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าสามารถรวบตัวคนร้ายได้แล้วจึงตามไปตรวจสอบ พบคนร้ายคือนายนายวงศกร เพ็ชร์สนั่น วัย 30 ปี อดีตพนักงานร้านขายอุปกรณ์เสริมความงาม พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำทั้งหมด 24 บาท

 

สอบถามพลเมืองดีทราบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งออกมาเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างจากบางใหญ่ซิตี้ ให้มาส่งที่ถนนใหญ่ ด้วยความเร่งรีบแต่ระหว่างทาง นายทัศนะ สุริยกมล วัย 33 ปี เพื่อนที่ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินเดียวกันตามมาทัน ตะโกนบอกว่านี้คือคนร้ายที่วิ่งราวสร้อยทองมา คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดลงรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในตลาดสดบางใหญ่ซิตี้ พวกเขาจึงช่วยกันตามจับกุมตัวเอาไว้ได้

ตำรวจตรวจสอบพบว่านายวงศกรได้วางแผนก่อเหตุไว้ล่วงหน้าอย่างดี โดยอาศัยความรู้จากการทำงานที่ ร้านขายอุปกรณ์เสริมความงามมาแต่งหน้าตบตาตำรวจ ด้วยการใส่ซิลิโคนทำจมูกปลอมให้ดั้งโด่งขึ้น ใส่คอนแทคเลนส์เปลี่ยนนัยน์ตาเป็นสีฟ้า ติดหนวด เครา ทำบุคลิกให้คล้ายชาวต่างชาติและเข้ามาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุล่วงหน้า 1 วัน

จากการสอบปากคำนายวงศกรอ้างว่าก่อเหตุจริงเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้ที่ก่อไว้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

                                                                                                 กรองทอง  จันทะบุรม

                                                                                                        รายงาน